แบ่งปัน

โอ๊ย!!!เบื่อ!!!! เซ็ง!!!!เมื่อไหร่รถจะเลิกติด? นานไหมกว่ารถจะขยับ? ทำไมฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย? ปวดฉี่ ปวดท้อง ปวดหัว หิว เหนื่อย สารพัดปัญหาเวลารถติด ใครๆก็ไม่ชอบที่ต้องอยู่กับที่นานๆ รอให้รถเคลื่อนไปอย่างช้าๆ ราวกับว่าวันนี้จะไปไม่มีทางถึงเป้าหมายได้ทันเวลาแน่นอน แต่ในเมื่อเราเลือกที่จะมาใช้ชีวิตทั้งอาศัย ทั้งทำงานทำการในเมืองกรุงแล้วล่ะก็…. จะทำอะไรได้นอกจากทำใจ(ฮ่าๆ) วันนี้ Angel_ไผ่ซ่า แห่ง Angelzab.com ขอเสนอ 10 วิธี(พยายาม)มองแง่ดีเมื่อรถติด  ข้อไหนที่เราทำได้บ้าง? ไปดูกันเลย

1.รถติดคือช่วงเวลาของการสร้างกำลังใจ เราต้องอดทนอยู่ในสภาวะกดดัน รอบด้าน สถานการณ์รอบตัวที่คับคั่ง ไปด้วยรถๆๆๆฝุ่นๆๆๆควันๆๆๆคนๆๆๆ โดยไม่มีเวลาที่แน่ชัดว่ารถจะเคลื่อนตัวเมื่อไหร่? เราจะไปถึงจุดหมายสายไหม? จะโดนด่าหรือเปล่า?  ถูกหักตังค์กี่บาท? ฯลฯ แทบทุกคนล้วนต้องเคยผ่านสภาวะกดดันกันมาแล้ว ดังนั้นให้ใช้ช่วงเวลากดดันนี้สร้างกำลังใจเมื่อเราท้อแท้และเจออุปสรรค แม้งานจะหนัก เรียนจะยาก  หัวหน้าจอมเฮี้ยบ เพื่อนร่วมงานแสนน่าเบื่อ ลูกค้าขี้วีน ให้ระลึกเสมอว่าใจเย็นๆ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป รถติดแค่ไหนเราก็ยังฝ่ามาถึงที่หมายได้เลย

2.รถติดคือช่วงเวลาฝึกความอดทน เรียนรู้ที่จะรอคอย เราต้องฝึกให้ใจเย็น เป็นคนรู้จักรอ รอให้รถเคลื่อนตัวสักที รอให้รถประจำทางมาได้แล้ว หลายคนต้องการใช้ชีวิตแบบเนิบช้า ไม่เร่งรีบ ดังนั้นเราจะร้อนรนไปทำไม เดี๋ยวรถก็แล่นออกไป เดี๋ยวรถเมล์ก็มา เดี๋ยวเราก็ถึงปลายทาง ระหว่างรอก็เอาเวลามาทบทวนสิ่งที่ต้องทำในแต่ละวันหรือถ้าไม่มี คิดไม่ออก ให้ทบทวนเรื่องราวในชีวิตที่ผ่านมา อาจจะเกิดปัญญา ตกผลึกทางความคิดก็เป็นได้

3.รถติดคือช่วงเวลาของการทานอาหาร หลายคนชอบบ่นว่าเป็นโรคกระเพาะ กินอาหารไม่เป็นเวลา ดังนั้นเอาช่วงเวลาที่ไม่ได้ทำอะไรนอกจากรอ รอแล้วก็รอ มาทานอาหารซะ ถ้ามักจะเจอรถติดในช่วงเช้า ให้เอาอาหารที่รับประทานง่ายๆติดขึ้นรถมาด้วย พอรถติดปุ๊บก็กินซะเลย เมื่อเราก็ได้ทานอาหารเช้า อารมณ์จะแจ่มใสไม่หงุดหงิดง่าย แถมสุขภาพดี ร่างกายมีความพร้อม เพราะมื้อเช้าเป็นมื้อสำคัญที่สุดของวัน ส่วนในมื้อเย็นถ้ารู้ว่ายังไงๆรถต้องติดแน่ๆให้แวะกินข้าวเย็นก่อนกลับบ้านเพราะหากถึงบ้านมืดค่ำแล้วกินอาหาร อาจจะทำให้อ้วนได้

4.รถติดคือช่วงเวลาที่ให้แง่คิดในชีวิต  ใช้ช่วงเวลานี้เฝ้ามองพฤติกรรมคนอื่นๆอย่างเงียบๆเพลินๆ ถ้าใครต้องโดยสารรถประจำทาง แล้วคิดว่าคนมีรถส่วนตัวสบายจัง น่าอิจฉา ไม่ต้องมาโหน มาเบียดอยู่กับคนมากมายบนรถสาธารณะ ให้มองอีกด้านนึงว่า ถ้าเกิดคนมีรถส่วนตัวเขาปวดหนัก ปวดเบา ง่วงนอน เขาทิ้งรถไปไม่ได้ หลับไม่ได้ แถมต้องจ่ายค่าน้ำมันแพงขึ้นอีกตะหาก ส่วนคนที่มีรถส่วนตัว หากคิดว่าทำไมเราติดอยู่ในรถแคบๆ ให้มองไปดูคนที่ต้องโหนรถเมล์แบบเบียดเสียด คนที่นั่งอัดกันบนรถตู้โดยสาร คนที่ขับมอเตอร์ไซค์ตากแดดตากฝน คนที่ไม่มีเงินขึ้นรถประจำทางและต้องเดินไปทำงานเป็นกิโลๆ คุณจะรู้ว่าเราสบายแค่ไหนที่นั่งเปิดแอร์เย็นๆ ฟังเพลงชิลล์ๆในรถส่วนตัว รู้จักมองต่างมุม ใส่ใจคนรอบข้างบ้างก็น่าจะดีนะ ^_^

5. รถติดคือช่วงเวลาที่เราจะได้ออกกำลังกาย ต้องอยู่ในรถนานๆขาก็แข็ง เมื่อยล้า เหน็บชาก็ถามหา อาศัยช่วงเวลานี้ในการยืดเส้นยืดสาย ทำท่าง่ายๆในรถ เช่น เอามือประสานกันแล้วดันออกไปให้สุดแขนแบบท่าบิดขี้เกียจช่วยคลายกล้ามเนื้อ  เหยียดขา ให้สุดเกร็งไว้แล้วเตะขึ้นลงสลับกันไปมาช่วยให้ขากระชับแถมระหว่างนี้ต้องเกร็งพุงด้วยกลายเป็นผลพลอยได้ในการลงพุงอีกทาง

สำหรับคนไม่มีรถถ้ารถติดนานๆและอีกไม่กี่ป้ายจะถึงที่หมาย ลองใช้ช่วงเวลานี้สำหรับการยืดเส้นยืดสายออกกำลังกายดูก็น่าจะดี ลงมาเดินบ้างให้หัวใจได้สูบฉีดโลหิตจากการขยับตัวเดินๆเพลินๆ มองนั่นดูนี่ รับรองว่าแป๊บเดียวถึงจุดหมายโดยไม่รู้ตัว (อ้อ!!อย่าลืมเช็ดเหงื่อ เช็คเสื้อผ้าร่างกายให้สะอาดด้วยนะ เดี๋ยวตัวเหม็นทั้งวันจะเซ็งหนักกว่าเดิม)

6.รถติดคือช่วงเวลาแห่งสมาธิ สำหรับน้องๆนักเรียน นักศึกษา ใช้ช่วงเวลาอันแสนสงบบนรถทำการบ้านให้เสร็จ อ่านหนังสือสอบ หลับให้เต็มที่ร่างกายจะได้สดชื่น คนทำงานก็เช่นกันอาจจะนอนน้อย ทำงานดึก เอาช่วงนาทีทองนี้ พักผ่อนให้ได้มากที่สุด ถึงเวลาทำงานจะได้สมองแล่นฉิว

7.รถติดคือช่วงเวลาของครอบครัว สำหรับคนที่ครอบครัวอยู่ต่างจังหวัดใช้ช่วงเวลานี้โทรหาพ่อแม่ โทรหาลูก โทรหาคนรัก นอกจากจะไม่เหงาแล้ว จะได้ไม่มีข้ออ้างว่า ที่ไม่ได้โทรหาเพราะว่าไม่มีเวลา ช่วงรถติดเนี่ยเวลาเหลือเพียบเลย ส่วนคนที่ติดอยู่บนรถกันทั้งครอบครัวก็เอาเวลาตอนนี้สำหรับพูดคุยกัน ให้กำลังใจกัน สอนการบ้านลูก เปลี่ยนช่วงเวลาน่าเบื่อให้เป็นช่วงเวลาที่มีคุณภาพของครอบครัวเรา

8.รถติดคือช่วงเวลาแห่งจิตนาการไม่รู้จบ ถ้ามัวแต่คิดหาเหตุผลว่า รถติดอะไร? ติดนานแค่ไหน?ทำไมถึงติด?ฯลฯ เราจะอารมณ์เสีย ผลที่ตามมาก็คือเครียด หดหู่ เศร้าใจ กังวล นอกจากส่งผลกับอารมณ์แล้วอาจจะส่งผลต่อร่างกายด้วย ดังนั้นคิดเรื่องอื่นที่สนุกกว่า สร้างโลกสนุกๆในหัว เช่น ถ้าถูกหวย 100 ล้านนะจะซื้อเครื่องบินมาบินวนหาสาเหตุรถติดของถนนเส้นนี้ซิว่ามันติดอะไร? หรือสงกรานต์ปีนี้ทำอะไรดีนะ? ฯลฯ แค่เริ่มต้นคิดเรื่องสนุกๆ เรื่องเหนือความคาดหมาย จากนั้นก็ปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปกับความสุขที่อยู่ในจินตนาการของเรา

9. รถติดคือช่วงเวลาแห่งความโรแมนติก ข้อนี้คนโสดคงหงอย แต่คนที่เริ่มจีบกันหรือว่ารักกันใหม่ๆคงชอบ เพราะคู่รักข้าวใหม่ปลามันมักจะอยากใช้เวลาในแต่ละวันร่วมกันให้นานที่สุด ระหว่างที่รถติดอาจป้อนน้ำ ป้อนขนม จับมือ ออดอ้อนอี๋อ๋อ นวดแขนนวดไหล่กันไปเรื่อยๆ เป็นการเติมความหวานให้ชีวิตคู่ ขอแนะนำว่าอย่างอนเง้าหรือทะเลาะกันเพราะจะทำให้เวลาที่จะได้สวีทกลายเป็นช่วงที่น่าเบื่อหนักกว่าเดิม เพราะต้องทนนั่งเหม็นหน้าคนที่เพิ่งทะเลาะกันไปพักใหญ่ กว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง

10.รถติดคือช่วงเวลาที่เราจะกลายเป็นนักวางแผน ถ้าพูดมาทั้งหมด 9 ข้อ ไม่มีข้อไหนโดนใจคุณเลย เพราะคุณแสนจะเกลียดชัง ปัญหารถติดเข้าไส้ ขอให้อย่าได้เจอะเจอ แถมบางทีอาจจะเกิดอาการปวดหนัก ปวดเบาบ่อยๆในช่วงเวลารถติด ดังนั้นคุณอาจจะต้องศึกษาให้ดีว่า เส้นทางที่เราไปรถติดแค่ไหน? ติดหนักช่วงกี่โมง? มีเส้นทางอื่นที่ติดน้อยกว่าหรือไม่ติดเลยไหม? ไปรถส่วนตัวหรือรถโดยสารจะสะดวกกว่า? ทั้งหมดนี้เราจะได้เอามาวิเคราะห์ได้ว่า เราควรออกเดินทางกี่โมง?ไปถนนเส้นไหน?ถ้าเจอรถติดแล้วเร่งรีบจริงๆจะสามารถจอดรถเพื่อต่อมอเตอร์ไซค์วินหรือรถไฟฟ้าได้ตรงไหนบ้าง? ที่สำคัญหากข้าศึกบุก เราควรลงป้ายไหน?แวะปั๊มหรือร้านอาหารช่วงใดบนถนน จะได้ลงไปปลดทุกข์ในร่างกายได้ทันท่วงที ถ้าวางแผนการเดินทางดีๆคราวนี้ก็ไม่ต้องกังวลกับรถติดให้ปวดหมองแล้วล่ะ

ขอให้ทุกท่านมีความสุขในทุกๆวันเดินทาง ^_^  By ไผ่ซ่า

ขอบคุณภาพจาก http://pixabay.com/th

แสดงความคิดเห็น