แบ่งปัน

ต้องบอกตรงๆเลยว่าใช้เวลานึกอยู่ตั้งนานว่าจะเขียนอะไรเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นดี? จะให้เล่าว่าไปยังไง? แหล่งช้อปปิ้งเลิศๆอยู่ไหน? กินอะไรอร่อย?ก็ดูเหมือนว่าจะมีคนมาทำรีวิวไว้หลายคนแล้ว ซึ่งตอนที่ตัดสินใจแล้วว่าจะไปญี่ปุ่น ไผ่ก็หาอ่านเอาจากรีวิวตามเว็บไซต์ต่างๆนั่นแหละ แต่สุดท้ายแล้วก็ให้พี่สาวเป็นคนทำแผนการท่องเที่ยว เพราะไผ่ขี้เกียจเรียบเรียง(ฮ่าๆ สบาย)  และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เราได้ไปประเทศนี้ จะให้มีข้อมูลรู้ลึกรู้ดีก็คงจะยากจริงๆ  ดังนั้นในช่วงที่เราตกลงกันว่าไปถึงแล้วเราอยากจะไปไหน? ไปทำอะไร? อยากได้อะไรจากการไปในครั้งนี้บ้าง? จึงได้ข้อสรุปมาว่า ทางเราจะแบ่งเป็น 3 แบบคือ

1.ไปช็อปปิ้งและท่องเที่ยวในสถานที่ที่นักท่องเที่ยวต้องไม่พลาด ทั้งในโอซาก้า นารา และเกียวโต ซึ่งอาจจะไม่ครบตามเป้าหมายแต่ก็ไปให้มากที่สุด

P1000095P1000090P1000106P1000111

2.ไปญี่ปุ่นในฤดูหนาวก็เลยอยากเห็นหิมะ เห็นคนเล่นสกี ก็เลยไปที่ที่คิดว่าน่าจะได้เจอหิมะแน่ๆ นั่นก็คือ บีวาโกะ วัลเล่ย์(ไว้จะเอามาลงนะ)

P1010250

3.เดินทางไปถึงประเทศที่มีวัฒนธรรมเข้มแข็งขนาดนี้ ดังนั้นเราควรไปสัมผัสวิถีชีวิตแบบชาวญี่ปุ่นจริงๆ แต่เมื่อมีเวลาแค่ 6 วัน 5 คืน แถมคืนแรกนอนสนามบิน คืนที่ 2และ3 อยู่โอซาก้า ส่วนคืนที่ 4 และ 5 จะไปค้างเกียวโต

P1000343

P1000214

P1000226

 

เราจึงตัดสินใจว่าจะนอนเรียวกังที่นั่นคืนนึง เราอยากเห็นบ่อออนเซน อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติ และเป็นที่พักแบบเจแปนนิส สไตส์ ที่สำคัญราคาต้องไม่แพง(อันนี้สำคัญสุด ฮ่าๆ) และจุดมุ่งหมายของเราก็คือ โอฮาระ เมืองเล็กๆทางเหนือของเกียวโต ซึ่งมีคนทำรีวิวไว้น้อยมาก เพราะหลายคนบอกว่ามันเป็นบ้านนอกห่างไกลตัวเมือง เมื่อตกลงว่าไปแน่ๆเราจึงได้ทำข้อมูลเพิ่มเติมมาอีกหน่อยว่า ที่โอฮาระนั้นมีวัดอยู่หลายแห่งที่น่าสนใจ ดูสุขสงบ ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม

IMG_3990 IMG_3993

แผนของเราคือ ไปถึงเกียวโต ฝากกระเป๋าไว้ที่ล็อคเกอร์ในสถานีรถไฟ เอาสัมภาระไปน้อย เพราะว่าท่าทางบ้านนอกอย่างนั้นคงเดินทางลำบากถ้าของเยอะ เดินเล่นในเมืองก่อน จากนั้นตอนบ่ายแก่ๆจะไปถึงที่พักช่วงเย็นพอดี ค้าง 1 คืนและตื่นมาเที่ยววัดต่างๆ เราจะใช้เวลาเรื่อยเปื่อยกันที่นี่แล้วบ่ายๆก็จะกลับเข้าเกียวโต

P1010026 IMG_4228 IMG_4220

ในข้อมูลการเดินทางบอกให้เรารู้ว่าเราต้องขึ้นรถประจำทางหมายเลข 17 ซึ่งจะสุดสายที่โอฮาระ ค่ารถ 600 เยน ขึ้นหน้าสถานีรถไฟเกียวโต ตรงกับเกียวโตทาวเวอร์พอดีเป๊ะ และใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง เมื่อทุกอย่างพร้อมการไปเยือนในที่ที่รู้จักน้อยมากก็เริ่มต้นขึ้น

IMG_4226
P1010510

หลังจากก้าวขาขึ้นนั่งรถประจำทาง ในเวลาประมาณบ่าย 3 โมง ไผ่ก็ใช้เวลา 30 นาทีแรกระหว่าที่รถกำลังพาออกจากตัวเมืองหมดไปกับการหลับ หลับและก็หลับ (ก็มันเพลียนี่ -_-“) มาตื่นอีกทีก็กำลังจะพ้นเมืองแล้ว ระหว่างทางทิวทัศน์รอบๆมีตึกรามบ้านช่อง ลำธารที่เรามักจะเห็นในซีรีย์อยู่ข้างทางยาวตลอดสาย

P1000839 P1000836

P1000881

การเดินทางออกมาต่างจังหวัดของญี่ปุ่นให้อารมณ์ต่างกับการเดินทางในบ้านเรามาก  เพราะระหว่างทางดูไม่เปลี่ยว ถนนหนทางดีเหมือนในเมืองทุกอย่าง รถประจำทางก็ขับดี ไปเรื่อยๆไม่ช้าไม่เร็ว ขนาดของรถไม่ใหญ่นัก มีประมาณ 30 ที่นั่ง คนขึ้นไม่มาก คงเป็นเพราะรถของเขามาตามเวลาเป๊ะๆ ดังนั้นถ้าสะดวกเวลาไหนก็ขึ้นเวลานั้นเลย ไม่ต้องรอลุ้นว่าจะมาตอนไหน? รถก็ไม่ติดเพราะคนใช้รถส่วนตัวน้อย

P1000809

พอออกนอกเมืองก็เริ่มได้ห็นทิวทัศน์ป่าเขา ต้นไม้มากขึ้นเรื่อยๆ สองข้างทางดูเหมือนความฝัน แสงแดดยามบ่ายแก่ๆส่องเข้ามา ในขณะที่อากาศข้างนอกกำลังเย็นๆกลายเป็นความอบอุ่น วิว 2 ข้างทางเป็นบ้านเรือนสไตล์ญี่ปุ่น ทั้งแบบประยุกต์และแบบดั้งเดิมสลับกันไปกับป่าซึ่งมีต้นไม้หนาแน่น

P1000815

P1000825

บางต้นกำลังผลัดใบ บางต้นมีปุ่มปมเล็กๆอยู่เต็มกิ่งก้าน นั่นแหละ…ดอกซากุระที่รอวันผลิบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่กำลังจะมาถึงในเดือนมีนาคม-เมษายน ลองหลับตาจินตนาการดูว่าในวันที่ซากุระบานสะพรั่งทั้งหุบเขา คงจะมีแต่สีชมพูฟูฟ่องสวยมากๆ 

P1000830

และในช่วงปลายปีที่เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้ที่นี่คงมีสีสันแดง เหลือง ส้มปะปนกันอย่างสวยงามเกินบรรยายเชียวแหละ

P1000828

เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงเพียงไม่กี่ป้ายรถเมล์ เราก็จะถึงจุดหมายปลายทางของเราแล้ว คือสถานีรถประจำทางโอฮาระ ระหว่างนี้เรายังเพลิดเพลินอยู่กับบรรยากาศของหมู่บ้านในหุบเขาและทุ่งกว้างกันตลอดทาง

P1000655

แอบสังเกตว่าพอเข้าสู่โอฮาระ จะเห็นซุปเปอร์มาร์เก็ตน้อยมาก เห็นเซเว่นเล็กๆอยู่ร้านเดียว ซึ่งต่างจากในเมืองที่มีแทบทุกหัวถนน

P1000660

รถประจำทางเข้าสู่สถานีสุดท้าย จ่ายเงินค่ารถเสร็จ เราเดินลงจากรถจากนั้นก็โทรหาเรียวกังให้ส่งรถมารับ  ระหว่างที่รอก็ชมนกชมไม้ไปเรื่อยๆ

P1000651

พอถึงตรงนี้แล้วความคิดที่ว่าบ้านนอกต้องลำบากลำบนก็หมดไปโดนสิ้นเชิง มันไม่มีอะไรต่างจากในเมืองเลย เสียเงินค่าฝากกระเป๋าไปทำไมกันฟะ??? ฉันอยากถามคนที่บอกว่ามันไกล มันต่างจังหวัดคืออะไร?? บ่นกันเหมือนว่ามันเป็นทางลูกรังเข้าไปในหุบเขาเร้นลับ ฮ่าๆ

P1000630P1000638

รอประมาณ15 นาทีรถของทางเรียวกังก็มาถึง และที่ทำให้เราตื่นเต้นกันมากๆก็เพราะรถที่เค้าเอามารับเราดูไฮโซโก้หรูมั่กๆ

P1000653

เมื่อเราเข้าสู่หมู่บ้าน รถขับไปตามถนนเล็กๆของชุมชน ระหว่างทางก็จะเจอบ้านสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆหลังใหญ่ๆหลายหลัง  และจะได้เห็นแปลงผัก คล้ายสวนผักบ้านเรา แต่เค้าจะทำเป็นแปลงเล็กๆดูน่ารัก เห็นแล้วคิดว่าเวลาทำสวนคงไม่เหนื่อยมาก(ฮ่าๆ)

P1000814 P1000780

นั่งรถมาประมาณเกือบ 10 นาทีเราก็ถึงเรียวกังที่เราเข้าพักแล้ว ชื่อว่า โอฮาระ โนะซาโตะ ออนเซน (Ohara No Sato Onsen) (มีให้จองใน agodaและBooking)เป็นบ้านแบบญี่ปุ่นโบราณหลังใหญ่

P1000665 P1000666

ที่พักของเราถ้าดูจาก google mapจุดที่เราอยู่เป็นชุมชนที่ติดกับชายป่าเขียวขจี แหม…เรียกว่าเราอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติแบบสุดๆไปเลยนะเนี่ย ได้ยินมาว่าในฤดูที่ใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่จะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่คนจะหลั่งไหลมาพักผ่อนชมธรรมชาติกันมากมายและราคาของที่พักอาจจะสูงขึ้นกว่าตอนเรามาค่อนข้างมาก

528

ตอนเข้าไปในเรียวกัง แวบแรกจะรู้สึกเกร็งเล็กน้อย เพราะรู้สึกว่ากำลังเข้าบ้านคนอื่น เขาจะให้เราเปลี่ยนรองเท้าเพื่อใส่สลิปเปอร์เดินในที่พัก ระหว่างเช็คอินรอเค้าเอาพาสปอร์ตไปถ่ายเอกสารจะมีเก้าอี้เล็กๆให้นั่งรอบเตาผิงไฟฟ้า ช่วยให้อุ่นขึ้นได้เยอะ

IMG_3947

จากนั้นก็จะมีคนพาไปแนะนำห้องต่างๆ ห้องแรกที่เราเดินผ่านคือห้องรับประทานอาหาร ซึ่งจะจัดเป็นโต๊ะญี่ปุ่นเล็กๆเป็นกลุ่มๆตามจำนวนกรุ๊ปที่เข้ามาพัก

IMG_3946

แล้วก็พาไปดูออนเซน ที่นี่เขาแยกชาย-หญิงนะจ๊ะ แต่เค้าไม่ให้ถ่ายรูป ไปหาดูในเว็บไซด์ของที่พักเองนะ และก็มาถึงห้องพัก มี โต๊ะโคทัตสึ (โต๊ะที่มีเครื่องทำความร้อนอยู่ข้างในแล้วมีผ้าห่มคลุม เวลานั่งให้สอดขาไว้ ช่วยให้ความอบอุ่น) วางอยู่กลางห้อง มียูกาตะให้ 2 ชุดไว้ใส่นอนตอนกลางคืน ในตู้ก็มีฟูก ผ้าคลุม ผ้าห่ม หมอนใส่เอาไว้ให้คนพักปูเอง จะได้ให้บรรยากาศแบบว่ามานอนบ้านคนญี่ปุ่นอย่างแท้จริง

IMG_3942 P1000669IMG_3951

วิวห้องนอนของเรานั้นมีกิ่งไม้ยื่นผ่าน แอบสังเกตุว่ามันมีปุ่มกลมๆด้วย ใช่แล้ว…..มันคือต้นซากุระ พอมาดูรูปที่ทางเรียวกังเค้ารีวิวไว้ตอนที่ดอกมันบานทั้งต้นสวยสุดยอด น่าเสียดายจริง อยากนั่งชมวิวซากุระไปพลางและจิบชาร้อนๆ ปล่อยใจไปเรื่อยๆ คงได้บรรยากาศที่เยี่ยมยอดไปเลยเนอะ

IMG_3952

หลังจากพักกันแป๊บนึงคณะเราชาวไทยก็เกิดหิวขึ้นมา แต่ว่าเวลารับประทานอาหารคือ 6 โมงเย็น และแถวนั้นก็ไม่มีร้านค้าอะไรใดๆ เราจึงรอแล้วรออีกให้ถึง 6 โมงเย็นไวๆซะที (เค้าหิวอะ T_T ) ระหว่างนี้ก็แอบไปดูออนเซนซะหน่อยว่าคนเยอะไหม?เนื่องจากว่าต้องแก้ผ้าอาบรวมหมด คนเยอะเก๊าอาย พอเดินเข้าไปบรรยากาศก็เต็มไปด้วยหมอกควันจากความร้อนของน้ำในบ่อ กระทบกับความเย็นของอากาศ ภาพมัวๆในม่านหมอกนั้นเป็นคุณยายวัยประมาณ 70 กำลังนั่งยองๆงกๆเงิ่นๆอยู่ในบ่อ จู่ๆก็เกิดจินตนาการเรื่องผีในออนเซนขึ้นมาซะงั้น ก่อนที่จะกลัวจริงจังไปกว่านี้ เราล่าถอยแล้วไปรอกินข้าวอย่างสงบดีกว่า

IMG_3953

6 โมงเย็นปุ๊บถึงเวลากินข้าวพอดี เย้ๆ แก็งเรามานั่งรอแป้นแล้นที่โต๊ะอาหารก่อนใคร ระหว่างนั้นเวลคัมดริ๊งค์ก็มาเสิร์ฟ เป็นน้ำที่เหมือนว่าเป็นถั่วเขียวต้มน้ำตาลบ้านเราใส่ในแก้วใส แต่ประเด็นคือมันไม่ร้อน ไม่ใส่น้ำตาล มีความหวานของถั่วเพรียวๆเลย ด้วยความที่ไม่ชอบกินอาหารออแกนิค เลยยกให้พี่กินให้หมด  อาหารมื้อนี้เป็นมิโซะหม้อร้อน หรือซุปเต้าเจียวที่เข้มข้นมากๆรู้สึกถึงถั่วจริงๆ

IMG_3957

บอกตรงเลยว่าที่นี่อาหารเน้นถั่วเยอะไปหมด จานผักที่ให้มาคล้ายกับชุดผักสุขภาพในร้านสุกี้บ้านเรา มีเส้นบุก เส้นอูด้ง เห็ด ผักต่างๆ เต้าหู้ขาว แครอท แต่ที่แปลกคือมีมันเทศหั่นแว่นใส่มาด้วย แถมด้วยเนื้อไก่ติดหนังแต่มันน้อยมาให้ 1 จาน ในใจคิดว่าน้อยจัง จะอิ่มไหมว้า??? นอกจากนั้นเค้ายังมีข้าวและอาหารจานเล็กๆเอาไว้กินกับข้าวด้วย เป็นพวกผักดอง(ไม่รู้ว่ามีอะไรบ้างไม่กินผักอะ)กับถั่วบดที่ผสมผักรสชาติใช้ได้

IMG_3955

พอสักพักกรุ๊ปเกาหลีลงมาทั้งมาแบบเป็นคู่และเป็นครอบครัวทุกคนดูเอ็นจอย อร่อยเริ่ดกับอาหารสุดๆ อาจจะเป็นเพราะอาหารของทั้ง 2 ประเทศนี้ไม่ต่างกันนัก ในขณะที่คนไทยอย่างเราคิดถึงพริกกระเทียม มะนาว น้ำปลาขึ้นมาจับใจ(มีเรื่องจะสารภาพคือแอบเอาผงปรุงรสของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่พกไป ปรุงเป็นน้ำจิ้มแบบไทยสไตล์ไว้ถ้วยนึง แซบขึ้นเยอะ)

IMG_3956

 

กินไปสักพักอิ่ม…แต่มิโซะยังไม่หมด  รู้สึกผิดขึ้นมาเลยที่ไปคิดว่าเค้าให้อาหารน้อย และทันใดนั้นเองคู่รักเกาหลีที่มากัน 2 คนก็สั่งมิโซะเพิ่มอีกชุด โอ้วววววกิน 4 คนยังแน่นแถมไม่หมด นี่ 2 คนกิน 2 ชุดมันอร่อยมากหรือหิวกันแน่นะ? แต่ในระหว่างกิน เราแอบสังเกตว่า คนเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นไทย จีน เกาหลี ญี่ปุ่นก็คล้ายกันทั้งนั้นแหละ เพราะเวลากินข้าวจะเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนดูมีความสุขมาก คุยกันคิกคักหนุกหนาน เสียงดังพอควร ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน ทั้งๆที่ไม่ได้คุยกับโต๊ะอื่นเลยสักคำ ตอนหลังเราสั่งไอศกรีมมากินด้วย เค้าบอกว่าทำจากถั่วเช่นเคย แต่ให้รสชาติเหมือนคาราเมล แต่พอกินเข้าไป รู้สึกว่ากินเต้าเจี้ยวเค็มๆที่ใส่น้ำตาลมากกว่า ไม่อร่อยเลยไม่ถ่ายรูปไว้

1426531074087

ผ่านมื้ออาหารไปเรียบร้อย ถึงเวลาอาบน้ำในออนเซน เรากับพี่เลือกช่วงเวลาที่คิดว่าไม่มีคน ดังนั้นพอถึงในออนเซนก็รีบเข้าไปกระมิกระเมี้ยนแก้ผ้า นุ่งผ้าเช็ดตัวกับถือผ้าขนหนูผืนเล็กๆที่เอาไว้ขัดตัว เข้าไปอาบน้ำ ล้างตัว สระผมก่อนลงบ่อ ด้วยความที่สายตาสั้นพอถอดแว่นออกก็จะเห็นเลือนลางขึ้น ฮ่าๆ รีบอาบ รีบสระผม แล้วรีบแช่จะได้ไม่เขินมาก ทันใดนั้นเอง สาวเกาหลีนางหนึ่งก็เดินเข้ามาแบบเปลือย นั่งปั๊บ ล้างตัว สระผม ฟอกสบู่ ดูชิลล์มาก ราวกับว่านางไม่เห็นว่ามีใครอยู่ในนี้อีก 2 คน!!! หรือจริงๆแล้วมีแต่คนไทยเท่านั้นที่อายเวลาต้องแก้ผ้าต่อหน้าคนไม่รู้จัก แม้จะเพศเดียวกันก็เถอะ ทำใจว่ามันเป็นธรรมดาของการแช่ออนเซน เราก็แช่ไปแบบทองไม่รู้ร้อน พอหลังจากขึ้นมาก็ได้รู้ว่า มันสบายตัวมากๆ อากาศที่ตอนแรกว่าเย็นๆกลับอบอุ่นขึ้นโดยพลัน พอใส่ชุดลองจอนแล้วคลุมด้วยยูกาตะก็ยิ่งทำให้อุ่นจนเริ่มเหงื่อซึมเลยล่ะ ถึงตรงนี้แล้วได้อารมณ์ญี่ปุ่นยิ่งนักเราไม่ปล่อยค่ำคืนนี้ไปอย่างเงียบเหงาแน่นอน ถ่ายภาพส่งไปอวดญาติโกโหติกาทางเมืองไทยหน่อยดีกว่าว่า เฮ้ย!!!คืนนี้ดูญี่ปุ่นพอมะ??ฮ่าๆ จากนั้นก็ถึงเวลาแยกย้ายกันไปนอน

received_932955466736958

แต่…..ด้วยความเป็นครอบครัวที่ไปไหนต้องไม่ธรรมดา เรื่องราวต้องมาเต็ม เวลาประมาณ 4 ทุ่ม พี่ชายอยากได้ไม่จิ้มฟันขึ้นมาซะงั้น? จะบอกเค้ายังไงว่าอยากได้ไม้จิ้มฟันวะ? ภาษาอังกฤษไม้จิ้มฟันพูดว่าไง? โทรศัพท์ก็ไม่พกมาจากห้อง ปรากฎว่า สื่อสารผิดจ้า!! ทางที่พักคิดว่าอยากได้แปรงสีฟัน ที่นี้แหละเรื่องก็เกิด…ผู้ชายที่คุยกับเรารีบไปเรียกผู้หญิงอีกคนมา แล้วผู้ชายอีกคนมาสมทบถามว่าแขกจะเอาอะไร? ทุกคนดูวุ่นวาย สับสนและซีเรียสมาก เพราะเรื่องการบริการเป็นหัวใจหลักของคนญี่ปุ่นเลย ลูกค้าอยากได้อะไร?จะเอาสิ่งไหนต้องได้!! ระหว่างนี้ให้นึกภาพคนไทย 2 คน ยืนงงๆว่า…..เฮ้ย!!กูได้ทำเรื่องไม้จิ้มฟัน ให้กลายเป็นเรื่องระดับเรือรบแล้วไง?? วินาทีนั้นไม่อยากสบตาใครเลยจริงๆ แอบมุบมิบบอกพี่ไปว่า ทีหลังไปไหนมึงช่วยพกไม้จิ้มฟันมานะ เรื่องใหญ่เลยเห็นมั้ย?? และเมื่อเค้าไขเครื่องคิดเงินหยิบแปรงสีฟันส่งให้เรา เราก็บอกว่าไม่ใช่ๆ ในหัวเริ่มคิดทำยังไงเค้าถึงจะเข้าใจว่าไม้จิ้มฟันวะ? เลยพูดภาษาอังกฤษแบบทักษะต่ำเตี้ยของตัวเองออกไปว่า When Chinese eat. I want พร้อมทำท่าแคะฟันให้ดูน่าเอ็นดูสุดๆ ที่นี้ได้ผล เค้าเข้าใจ เอามาจิ้มฟันมาให้อย่างง่ายดาย แค่เรื่องไม้จิ้มฟันต้องเรียกคนมาถึง 3 คนทำอะไรลงไปวะเนี่ย?? แถมต้องอ้างอิงไปถึงคนจีนอีก บ้าบอมาก

IMG_3949

รบกวนเค้าจนแตกตื่นไปหมดแล้ว เราก็คงต้องเข้านอนซะที(เถอะ) ปกติจะกลัวผีมากถ้านอนต่างที่ แต่ครั้งนี้ไม่กลัว เพราะคิดว่าต่อให้ผีมาหลอกเราก็ไม่เข้าใจ เค้าก็ไม่เข้าใจ และคนญี่ปุ่นค่อนข้างขี้เกรงใจ ดังนั้นคงไม่หลอกคนแปลกหน้า คิดได้อย่างนั้นก็หลับสบายคลายกังวล

1426531066547

เช้าแล้ว คงต้องถึงเวลาที่เราต้องโบกมือลาเรียวกังแห่งนี้แล้วล่ะ ปกติที่นี่ให้เช็คเอาท์ 10 โมงเช้า แต่เรากินมื้อเช้าเสร็จก็จะกลับเลย เพราะอีพี่ชายให้เหตุผลว่าเราจะเที่ยวในเกียวโตไม่ทัน ทั้งๆที่แพลนกันไว้แล้วว่าจะอยู่โอฮาระแล้วไปวัดซานเซ็นอิน ซึ่งเป็นวัดขึ้นชื่อของที่นี่ พี่สาวก็เลยมีงอนกับพี่ชายไปนึงยก (สุดท้ายมารู้ทีหลังว่ามันกลัวบรรยากาศแบบนี้ เมื่อคืนมันกลัวผีจูออน ฮ่าๆ)

20150224_063951 แต่ด้วยความที่เป็นคนที่ชอบสำรวจ ระหว่างรอเช็คเอาท์เราก็เลยออกไปเดินเล่นคนเดียวดูป่ารอบๆ ถ่ายรูปบ้านเรือนมาเล็กน้อย ส่วนพี่สาวก็แยกไปเดินเหมือนกัน เราทั้ง 2 คนต่างพบว่าที่นี่สวยและสงบมาก ทุกบ้านมีรถยนต์แต่เค้าจะใช้เมื่อจำเป็น 

20150224_064443 20150224_06440320150224_065158

เดินเล่นได้แป๊บเดียว ก็กลับมาเอาของเตรียมตัวเดินทางกลับเกียวโต แต่ด้วยความที่เราออกก่อนเวลาที่รถ รับ-ส่งของทางเรียวกังจะออก คือช่วง 10 โมงเช้า ดังนั้นเราก็ต้องเดินไปเองนะจ๊ะ เค้าบอกมาแล้วว่าสถานีรถประจำทางไม่ไกลหรอก แป๊บเดียวก็ถึง จากนั้นการเดินเท้าก็เริ่มต้นขึ้น

P1000710

และครั้งนี้ก็รู้สึกว่าเราคิดถูกที่เดิน เพราะระหว่างทางเราได้เดินลัดเลาะผ่านบ้านหลายหลัง ซึ่งมีสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นแท้ๆ เห็นคุณตาขุดดินทำไร่ผักเล็กๆ เห็นแปลงดอกไม้หน้าบ้าน ดูลำธาร ทิวเขาและแมกไม้ อากาศดีสุดๆ เดินไปแวะถ่ายรูปไป ทักทายคนแถวนั้นด้วยภาษาที่ต่างกัน แต่ก็คุยกันเข้าใจด้วยแฮะ

P1000776 P1000743P1000720
P1000754
P1000751

P1000746
P1000730
P1000707

ประมาณ 15 นาที เราก็เดินมาถึงสถานีรถประจำทางแล้ว

P1000782 P1000792

ต้องนั่งรถไปอีกตั้งชั่วโมง ขอแวะเข้าห้องน้ำหน่อยละกัน กำลังจะเดินเข้าไปคุณลุง 2 คนเดินมาว่ารอเดี๋ยว จากนั้นลุงเดินไปกั้นห้องน้ำ แล้วทั้งคู่ก็ทำการตรวจเช็คความเรียบร้อย ประมาณ 5 นาที ลุงก็บอกว่า โดโซะๆ แปลว่า เชิญครับ เราพูดขอบคุณแล้วโค้งให้ ในใจรู้สึกว่าดีจัง ขนาดห้องน้ำสถานีรถบ้านนอกที่มีคนน้อยมาก ก็ยังมีคนมาตรวจเช็คอุปกรณ์และความสะอาดตามเวลาทุกวัน แถมไม่มีกระดาษทิชชู่เต็มถังขยะ เนื่องจากห้องน้ำในญี่ปุ่นทุกที่เค้าให้ทิ้งทิชชู่ลงโถส้วมเลย เพราะกระดาษเหล่านี้ทำขึ้นมาค่อนข้างบางเพื่อให้ละลายได้ในน้ำ ลดปริมาณขยะแถมยังช่วยให้ห้องน้ำดูสกปรกน้อยลงเยอะ เห็นอย่างนี้แล้วก็อดไม่ได้ที่จะแวบมานึกถึงบ้านเรา ซึ่งเรื่องห้องน้ำสาธารณะนั้นเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย การได้เข้าส้วมสะอาดถือว่าโชคดียิ่งกว่าถูกหวย ยิ่งถ้าสถานีรถประจำทางต่างๆล่ะก็ ที่ไหนคนน้อยแถมยังห่างเมืองมากๆ ห้องน้ำสาธารณะต้องเละเทะ พัง สกปรกและถูกปล่อยร้างราวกับไม่มีคนต้องการใช้มัน ถ้าเราสร้างจิตสำนึกในการรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม ช่วยกันดูแลของสาธารณะที่ใช้ร่วมกัน เชื่อว่าบ้านเราต้องดูดีได้ไม่แพ้ชาติอื่นเหมือนกันนะ

P1000799 P1000793

ออกจากห้องน้ำปั๊บ รถก็กำลังจะออกพอดีตรงตามเวลาเป๊ะๆ เช่นเคย เราก้าวขาขึ้นรถอีกครั้ง แต่ครั้งนี้รถประจำทางสาย 17 กำลังจะพาเราเข้าสู่ตัวเมืองเกียวโต

IMG_4024

เราคงต้องบอกซาโยนาระ ร่ำลากันแล้วนะโอฮาระ ขอบคุณที่มอบอากาศดีๆและสถานที่สวยๆให้พวกเราได้มาสัมผัส เธอทำให้ฉันตกหลุมรักเธอ ฉันจะไม่ลืมเธอ บ้านนอกที่อยู่ในหัวใจ  ฮะจิเมะมาชิเตะ ยินดีที่ได้รู้จัก  ^_^

IMG_3992 P1000719P1000664

 

แสดงความคิดเห็น